3 สิ่งที่ลูกค้าควรรู้ก่อนที่เขาจะจ้างคุณ...

b05

การทำอาชีพเป็นโค้ช หรืออาชีพการให้บริการบนพื้นฐานของความเชี่ยวชาญของคุณ ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษา นักการตลาด นักโฆษณา นักออกแบบ แพทย์ และอื่นๆอีกมากมาย ไม่ใช่ว่าเราควรที่จะอยากได้ลูกค้าทุกคนเข้ามาเป็นลูกค้าของเรา… เพราะอะไร ก็เพราะว่าเราควรที่จะเลือกลูกค้าที่เป็นลูกค้าในอุดมคติของเรา และที่สำคัญเราควรที่จะเลือกคนที่จะทำงานกับเราได้ดี เคมีตรงกัน นิสัยใจคอไปกันได้ ไม่ต่างกับการที่เราต้องเลือกคบกันหรอก

จากการทำอาชีพทั้งโค้ช และที่ปรึกษาด้านการทำธุรกิจ วันนี้นิดาจะมาแชร์ว่า 3 สิ่งที่ลูกค้าควรรู้ก่อนที่จะตกลงมาทำงานกับเรานั้นมีอะไรบ้าง

1. เรามองหาลูกค้าแบบไหน

อย่างข้อนี้ส่วนตัว เวลารับลูกค้า coaching หรือลูกค้า consulting/mentoring เกี่ยวกับการทำธุรกิจ จะใช้เวลาคุยกันอยู่นาน เพราะว่า เราต้องทำงานร่วมกันเป็นเวลานาน 1 ปี ขึ้นไป ดังนั้นเราจะต้องมีความมั่นใจว่าเราและลูกค้าจะเป็น good match ในการทำงานร่วมกันได้ และสร้างผลลัพธ์ที่ลูกค้าต้องการได้แบบจริงๆ

สำหรับตัวนิดาเอง จะรับลูกค้าที่มีความทุ่มเทจริงจังในการเรียนรู้และพัฒนายกระดับผลลัพธ์ในชีวิตของตัวเอง นั่นหมายความว่า เราต้องการลูกค้าที่ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่มีข้ออ้าง ในการไปทำสิ่งต่างๆที่จะช่วยให้เขาบรรลุผลลัพธ์ต่างๆ และมีวิธีการสื่อสารและสไตล์การทำงานที่น่าจะไปด้วยกันได้ นอกจากนี้ก็มองหาลูกค้าที่มีจรรยาบรรณ ความซื่อสัตย์ในการทำงาน ซึ่งเราสามารถจะรับรู้ได้จากการพูดคุยกันเบื้องต้น อย่าลืมสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ ความสำเร็จของลูกค้าของคุณ คือความสำเร็จของคุณ ถ้าหากคุณเลือกลูกค้าที่ไม่ได้พร้อมลุย สุดท้ายผลลัพธ์ก็ไม่เกิด และทั้งคุณและทั้งลูกค้าก็เสียเวลาเปล่า ลูกค้าคุณก็เสียเงินเปล่าอีกต่างหาก คุณอาจจะได้เงินจากลูกค้ามา แต่คุณจะได้ไม่ได้สร้าง impact ใดๆ และคุณก็จะไม่ได้รู้สึกถึงความเติมเต็มจากสิ่งที่คุณทำ

2. ผลลัพธ์ของลูกค้าขึ้นอยู่กับตัวลูกค้าเอง

หลายๆครั้งที่ลูกค้า coaching ที่ไม่เคยมีโค้ชมาก่อนมาคุยกันครั้งแรก หลายคนจะถามว่า เอ๊ะ แล้วเราจะวัด ROI ยังไง ผลลัพธ์จากการโค้ช จะได้ตามที่ต้องการไหม โค้ชจะการันตีได้หรือไม่ เราก็จะอธิบายให้ลูกค้าทราบว่า ผลลัพธ์ในชีวิตของลูกค้าเกิดจากการลงมือทำของตัวลูกค้าเอง ดังนั้นถ้าหากว่า ลูกค้าได้ผลลัพธ์ที่ดี นั่นก็คือความภาคภูมิใจของตัวลูกค้าเอง และถ้าลูกค้าไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ก็เป็นผลจากการลงมือของตัวลูกค้าเองด้วยเช่นกัน โค้ชแค่มีหน้าที่ใช้กระบวนการโค้ชอย่างดีที่สุดในการโค้ชลูกค้าเท่านั้น

3. สไตล์การทำงานของเราเป็นอย่างไร

ไม่ใช่ลูกค้าทุกคนจะชอบสไตล์การทำงานของเรา หรือบุคลิกภาพของเรา อย่างส่วนตัว นิดาจะบอกลูกค้าว่าตัวเองเป็นคนพูดตรงๆ และสนใจเป้าหมายของลูกค้าเป็นหลัก ดังนั้นถ้าหากว่าต้องมีการสะท้อนกลับ หรือ feedback บางอย่างที่เป็นจุดบอดที่ลูกค้าไม่เห็นในตัวเอง หรือพฤติกรรมความคิดของตัวเอง ลูกค้าต้องเข้าใจว่า สุดท้ายแล้วการมาโค้ช เราไม่ได้มาเพื่อที่จะมารู้สึกดีกับตัวเอง เรามาเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับความจริง และจัดการกับมัน ซึ่งหลายๆครั้งก็เป็นความจริงในแบบที่เรารู้สึกลำบากใจที่จะยอมรับ ดังนั้นเราควรต้องสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจเพื่อที่ลูกค้าจะได้มีโอกาสตัดสินใจว่า เราเหมาะกับเขาหรือไม่ เมื่อมาทำงานด้วยกันแล้ว จะได้ไม่มีความขัดแย้ง และปัญหาในเรื่องความคาดหวังที่ไม่ตรงกันเกิดขึ้นค่ะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครที่ทำงานด้านนี้ หรือกำลังสนใจเข้ามาทำงานด้านนี้นะคะ

– นิดา